แชร์

4 สิ่งที่คุณจะได้รับ เมื่อเชื่อมต่อ POSPOS เข้ากับ Lazada และ Shopee

อัพเดทล่าสุด: 2 มิ.ย. 2026
1 ผู้เข้าชม

สารพัดปัญหา เมื่อขายหน้าร้านและเปิดร้านออนไลน์

          แต่เมื่อเริ่มต้นวางขายบน E-Marketplace ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Shopee, Lazada รวมไปถึงการขายบน Social Media และอาจจะยังคงมีขายรูปแบบเดิมที่หน้าร้านเอาไว้ด้วย ทำให้การจัดการร้านมีขั้นตอนและปัญหาที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

  1. สต็อกคลาดเคลื่อน สินค้าไม่พอขาย
  2. ต้องลงสต็อกสินค้าหลายรอบ หลาย Platform
  3. ต้องเช็คออเดอร์ทุกช่องทางด้วยตัวเอง
  4. เช็คยอดขายรวมยาก ไม่เห็นต้นทุนทั้งหมดที่ขาย
  5. และอื่นๆ

 

          การจัดการแบบ Omni Channel - Management คือคำตอบสำคัญ ที่จะทำให้ปัญหาทั้งหมดนี้หมดไป อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการสต็อกสินค้าสำหรับร้านต่างๆ ที่ใช้ขายสิ่งค้าหลายช่องทาง

         POSPOS จึงพัฒนาแพคเกจเสริม E-Commerce Plus "เชื่อมต่อข้อมูลคำสั่งซื้อ- ลูกค้าจาก Shopee Lazada เข้ากับระบบ POSPOS" เพื่อเป็นตัวช่วยจัดการร้านค้าออนไลน์และออฟไลน์ในที่เดียว เพิ่มความสะดวกให้กับร้านค้าที่มีบัญชีร้านค้าทั้งบน Shopee, Lazada หรือมีหน้าร้านอยู่แล้ว ให้ขายและจัดการสต็อกได้สะดวกยิ่งขึ้น  (ทำความรู้จัก Omni Channel เพิ่มเติมได้ที่ - Link) 

 

 
แล้ว E-Commerce Plus มันจะทำงานอย่างไร?

 

 

รูปแบบการทำงานฟีเจอร์ คือการเชื่อมต่อ E-Marketplace เข้ากับระบบ POSPOS
         
        รูปแบบการทำงานของฟีเจอร์นี้ คือ "การผูกสินค้าใน E-Marketplace อย่าง Shopee, Lazada เข้ากับสินค้าในสต็อกของ POSPOS" หลังจากนั้นเมื่อเกิดการขายจากช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะขายหน้าร้านผ่านระบบ POS, ออเดอร์จาก Shopee, และออเดอร์จาก Lazada สินค้าที่ผูกเอาไว้ ก็จะตัดสต็อกจากระบบกลางที่เดียว ทำให้จัดการสต็อกสินค้าและเห็นยอดขายร่วมได้ง่ายนั่นเองค่ะ

         เรียกได้ว่า POSPOS จะช่วยคุณดูแลระบบสต็อกสินค้า Shopee/Lazada หรือ เป็นระบบจัดการสต็อกร้านค้าออนไลน์ในตัวนั่นเอง และถ้าคุณจะเริ่มต้นเชื่อมต่อ E-Marketplace กับ POSPOS จะมีประโยชน์กับร้านคุณอย่างไรบ้าง เรามีข้อดีมาฝากค่ะ
 
สิ่งที่คุณจะได้รับเมื่อผูกสินค้าใน E-Marketplace เข้ากับระบบสต็อกของ POSPOS
 
 
 

 1#จัดการสต็อกได้แม่นยำ
         เมื่อผูกสินค้าจากช่องทาง E-Marketplace เข้ากับระบบ POSPOS เมื่อคุณจัดการออเดอร์ผ่านฟีเจอร์จัดการอีคอมเมิร์ซของระบบ POSPOS สินค้าจะตัดจากสต็อกตรงกลางทันที หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นการตัดสต็อกร่วมกันทั้ง Shopee, Lazada และขายหน้าร้านผ่าน POSPOS ทำให้รู้ทุกการเข้าออกของสินค้า ป้องกันการขายเกิน หรือสต็อกไม่พอขาย ทำให้คุณมีสต็อกสินค้าที่เพียงพอต่อการขายไม่ติดขัดนั่นเอง
 
 
 
 
 
2#ประหยัดเวลา
         จากเดิมที่คุณต้องเข้าดูออเดอร์จากช่องทางต่างๆ หรือใช้โปรแกรมอื่นเพื่อจัดการ E-Marketplace ทั้งหมดของคุณ เมื่อคุณเชื่อมต่อเข้ากับระบบ POSPOS ก็ไม่เสียเวลาคีย์ข้อมูลหลายครั้งให้สับสน ทั้งเช็คออเดอร์, เพิ่มสินค้า, ปรับสต็อก เรียกได้ว่าใช้เวลาน้อยลง ทำงานได้มากขึ้น ก็มีโอกาสได้กำไรมากขึ้นนั่นเองค่ะ
 
 
 
 
3#รายงานการขายที่ครอบคลุม
         อย่างที่เรารู้กันว่า รายงานยอดขาย คือ รายงานที่สรุปการขายสินค้า ว่าเราขายอะไรไปบ้าง ราคาเท่าไหร่ รวมเป็นเงินเท่าไหร่ แต่การที่จะรู้สรุปยอดขายทั้งหมด คุณจะต้องเข้าไปดูจากหลังบ้านแต่ละแพลตฟอร์ม ทั้งขายออนไลน์และขายหน้าร้าน เมื่อสินค้าผูกไว้ที่ระบบกลาง POSPOS จะทำให้เราเห็นยอดขายและการสินค้าขายดีในแต่ละช่องทาง ช่วยให้คุณวางแผนการขาย และต่อยอดกลยุทธ์ร้านค้าได้ดียิ่งขึ้นค่ะ
 
 
 
4#เริ่มต้นร้านออนไลน์ได้ง่ายขึ้น
         ถ้าเดิมคุณใช้ระบบ POSPOS กับร้านค้าออฟไลน์ (ร้านค้าที่มีหน้าร้าน)​ อยู่แล้ว และต้องการเพิ่มโอกาสในการขาย ด้วยการเปิดร้านบน E-Marketplace เพิ่ม เพียงผูกสินค้าในสต็อกเข้ารวมกัน ก็จะทำให้คุณจัดการร้านทั้งออนไลน์และออฟไลน์ได้ง่าย ตัดสต็อกร่วมกันได้ ไม่สับสน ไม่เสียเวลาจัดการซ้ำซ้อน เพียงเท่านี้ก็ทำให้ร้านของคุณปรับตัวเป็น Omni Channel ได้ง่าย โดยไม่ต้องหาระบบเพิ่มเติมมาจัดการในส่วนนี้เลยค่ะ
 
ใช้งาน POSPOS ร่วมกับ Lazada และ Shopee อย่างไร?
 
 

1# เชื่อมต่อ Lazada และ Shopee เข้ากับระบบ POSPOS
         เริ่มต้นเลยคุณจะต้องมีร้านค้าในระบบ POSPOS และบัญชีผู้ขายในแต่ละ E-Marketplace ที่คุณใช้งานอยู่ เช่น Shopee และ Lazada เป็นต้น หลังจากนั้นเราจะมาทำการเชื่อมต่อบัญชีต่างๆ เข้าร่วมกัน ตามคลิปนี้เลยค่ะ
 
 
2# ผูกสินค้า Lazada และ Shopee เข้ากับสต็อกสินค้า POSPOS
         เมื่อเราเชื่อมต่อบัญชีร้านค้ากับ POSPOS เรียบร้อยแล้ว เราจะต้องทำให้สินค้าแต่ละช่องทางใน E-Marketplaceให้รู้จักกับสินค้าในสต็อก POSPOS ด้วยการผูกสินค้าจาก Lazada และ Shopee จะมีการใช้งานอย่างไร ทำตามคลิปนี้ไปพร้อมกันค่ะ
 
3# นำเข้าสินค้าจาก Lazada และ Shopee เข้าสต็อก POSPOS
         กรณีที่ในสต็อกของ POSPOS ไม่มีสินค้าที่คุณวางขายใน Lazada และ Shopee เราสามารถนำเข้ารายการสินค้านั้นๆ ในสต็อกของ POSPOS ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น เราจะนำเข้าสินค้าจาก Lazada เข้ามาในระบบ POSPOS หลังจากนั้นก็นำไปผูกกับสินค้าใน Shopee จะมีการใช้งานอย่างไร ดูได้จากคลิปนี้เลย
 
 
4# การแก้ไขข้อมูลบน Lazada และ Shopee ผ่านสต็อก POSPOS
         เพื่อความสะดวกในการจัดการร้านค้าออนไลน์ ไม่ต้องเสียเวลา Login เพื่อเข้าไปเปลี่ยนข้อมูลแต่ละแพลตฟอร์มด้วยตัวเอง คุณสามารถแก้ไขข้อมูล ชื่อสินค้า, ราคาขาย, น้ำหนักสินค้า จากคลังสินค้าของสต็อก POSPOS ได้โดยตรง ทำให้สะดวกยิ่งขึ้น 

         นอกจากนี้ยังสามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลที่แก้ไขง่ายๆ ผ่านรายละเอียดสินค้า ที่รวม Link หน้าจัดการสินค้าตัวนั้นเอาไว้ ทำให้คุณจัดการได้ง่ายยิ่งขึ้น
 


 5#การอัปเดตสต็อกสินค้าและลบสินค้าบน E-market place ผ่าน POSPOS
         แน่นอนเมื่อคุณขายสินค้าหลายช่องทาง การจัดการสต็อกแยกแต่ละที่อาจจะทำให้คุณสับสนได้ จากปัญหานี้ POSPOS ทำให้คุณสามารถรวมสต็อกทั้งร้านออนไลน์และออฟไลน์เอาไว้ที่เดียวได้ เพียงแค่ปรับสต็อกตรงกลางในระบบ POSPOS เพียงแค่คลิก "อัปเดตสต็อก Marketplace" ที่หน้าสต็อกสินค้าของ POSPOS สต็อกร้านค้าบน Lazada และ Shopee ของคุณก็จะเป็นยอดเดียวกับของ POSPOS ในทันที ช่วยให้คุณจัดการสต็อกง่ายขึ้นนั่นเองค่ะ ไม่ซ้ำซ้อนนับสต็อกหลายครั้ง 

         นอกจากนี้ยังสามารถกดลบสินค้า ตัวที่ไม่ต้องการผ่านสต็อกสินค้าของ POSPOS ได้เช่นกัน โดยแบ่งออกเป็น 2 สถานะ คือ "ปิดการแสดงผลหน้าสินค้านั้นชั่วคร่าว" และ "ลบถาวร" จะมีการใช้งานอย่างไร ติดตามได้จากคลิปนี้เลยค่ะ
 
6#การออกใบเสร็จและตัดสต็อกจาก Lazada และ Shopee ผ่าน POSPOS
         ทุกการขายจาก Shopee และ Lazada จะแสดงข้อมูลทั้งหมดที่หน้าจัดการอีคอมเมิร์ซของ POSPOS และเมื่อมีการสร้างใบเสร็จ ก็จะมีการตัดสต็อกของ POSPOS ทันที
         ทำให้ไม่ว่าคุณจะขายผ่าน Shopee หรือ Lazada แล้วมาออกใบเสร็จที่ POSPOS จะทำให้คุณได้สต็อกตรงกลางที่ตรง ทำให้จัดการคลังสินค้าได้ง่าย จะมีการใช้งานอย่างไร ดูคลิปสอนใช้งานนี้ได้เลยค่ะ

7#สรุปค่าธรรมเนียมจาก Lazada และ Shopee เป็นค่าใช้จ่าย
         ถึงแม้ว่าการเปิดร้านออนไลน์ จะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าการทำธุรกิจร้านค้าทั่วไป แต่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลายคนก็อาจจะเคยประสบปัญหาขายแล้วต้นทุนจม หรือหักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือกำไรเพียงเล็กน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาจะต้องมีการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเป็นระบบ 

         POSPOS มีตัวช่วยสำคัญเป็นฟีเจอร์บันทึกค่าใช้จ่าย ที่คุณสามารถสร้างใบสรุปค่าธรรมเนียมจากหน้าอีคอมเมิร์ซ รวมไปถึงสร้างบันทึกค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าจัดส่งสินค้า ค่าอุปกรณ์แพคสินค้า และอื่นๆ แล้วสรุปเป็นต้นทุนทั้งหมดให้คุณทำบัญชีร้านได้สะดวกยิ่งขึ้น จะมีการใช้งานอย่างไรดูคลิปสอนใช้งานนี้ได้เลยค่ะ
 


 8#แจ้งเตือนออเดอร์จาก Lazada, Shopee ที่หน้าขาย
         ให้คุณจัดการช่องทางการขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ได้สะดวก POSPOS มีระบบแจ้งเตือนออเดอร์อีคอมเมิร์ซ​ที่หน้าขาย ช่วยให้คุณสามารถขายหน้าร้าน ไปพร้อมกับรับออเดอร์จาก Shopee, Lazada และ POSPOS Shop ไปพร้อมกันได้ สามารถใช้งานง่ายๆ เพียงเปิด "แจ้งเตือนออเดอร์" ที่หน้าตั้งค่า "อีคอมเมิร์ซ"

         สำหรับการใช้งานแจ้งเตือนออเดอร์จาก Lazada และ Shopee จะต้องอัปเกรดแพคเกจเสริม Ecommerce Plus ค่ะ
 
 
 
 
แพคเกจเสริม E-Commerce Plus เหมาะกับใคร?
 
1# มีหน้าร้านทั้ง Lazada และ Shopee  อยู่แล้ว
         สำหรับเจ้าของร้านที่ขายหลายช่องทาง ทั้งบน Lazada และ Shopee อาจจะประสบปัญหาในการควบคุมสต็อก ไม่ว่าจะเป็น ต้องดูแลสต็อกสองที่ ทำให้มีการตัดสต็อกตกหล่น หรือมีสินค้าไม่ทันขาย การใช้เชื่อมต่อระบบ POSPOS เข้ากับบัญชีร้านค้าบน Shopee หรือ Lazada ของคุณ จะทำให้คุณจัดการสต็อกสินค้าได้ที่จุดเดียว เห็นการเข้าออกได้ง่าย ช่วยให้วางแผนการจัดการสต็อกได้แม่นยำ


2#สนใจเปิดร้านบน Lazada และ Shopee ร่วมกับหน้าร้านออฟไลน์
         สำหรับบางร้าน ที่กำลังสนใจอยากจะขยายร้านไปสู่ออนไลน์บ้าง แล้วยังไม่มั่นใจ อาจจะกลัวงานจัดการสต็อกจะวุ่นวายขึ้น การใช้เชื่อมต่อระบบ POSPOS เข้ากับบัญชีร้านค้าบน Shopee หรือ Lazada ของคุณ ทำให้คุณมีตัวช่วยจัดการการขายจากหลายช่องทางได้สะดวกยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ อีกทั้งยังจัดการสต็อกร่วมกับสินค้าที่มีอยู่ในร้านได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาแยกสต็อกให้สับสน


ราคาแพคเกจเสริม E-Commerce Plus
         แพคเกจเสริม E-Commerce Plus จะสามารถใช้งานได้ กับ POSPOS แพคเกจ Smart ขึ้นไป ดูรายละเอียดแพคเกจอื่นๆ ได้ที่ https://www.pospos.co/package 
 


 
 
 
 

บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy